Browse By

Tag Archives: ยูฟ่าเบท

เบรนท์ฟอร์ด เปิดบ้านทุบ นิวคาสเซิ่ล 3-1

ในช่วงโค้งสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ที่ทุกแต้มมีความหมายต่อทั้งการลุ้นพื้นที่ยุโรปและการหนีตกชั้น เกมที่ เบรนท์ฟอร์ด เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 กลายเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ถูกจับตาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การเล่นที่ดุดันของเจ้าถิ่น การแก้เกมที่ชาญฉลาด หรือสภาพของทีมเยือนที่ยังคงขาดความสม่ำเสมออย่างหนัก ผลการแข่งขันนี้ไม่เพียงส่งผลต่ออันดับในตาราง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสองทีมที่ต่างกำลังเผชิญเส้นทางที่กดดันไม่แพ้กันในช่วงท้ายฤดูกาล เกมนี้เริ่มต้นด้วยความเข้มข้นทันทีตั้งแต่นาทีแรก เบรนท์ฟอร์ดภายใต้การคุมทีมของโธมัส แฟรงก์ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะกดดันนิวคาสเซิ่ลตั้งแต่ต้น เกมเพรสซิ่งสูงของพวกเขาทำให้แนวรับของนิวคาสเซิ่ลต้องเคลียร์บอลทิ้งบ่อยกว่าที่ควรจะเป็น แดนกลางของเบรนท์ฟอร์ดครองเกมได้อย่างชาญฉลาด โดยอาศัยจังหวะบีบพื้นที่และแกะเพรสด้วยบอลสั้นที่รวดเร็ว คงคุณลักษณะของทีมที่รู้วิธีเล่นในแบบของตัวเอง และทำได้ดีเมื่อเล่นในบ้านของตนเอง ในช่วง 20 นาทีแรก นิวคาสเซิ่ลพยายามสร้างโอกาสจากการโต้กลับเร็ว โดยอาศัยความคล่องตัวของอเล็กซานเดอร์ อิซัคและการขึ้นเกมทางริมเส้น แต่ความแน่นอนของเบรนท์ฟอร์ดในแดนกลางทำให้ทีมเยือนไม่สามารถทรงตัวได้ดีพอ จังหวะผิดพลาดในพื้นที่สุดท้ายเริ่มเกิดขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเบรนท์ฟอร์ดได้บอล พวกเขาก็สวนกลับด้วยความเร็วและจำนวนผู้เล่นที่มากกว่าคู่แข่งเสมอ ประตูแรกของเกมมาถึงในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกจากการประสานงานที่สวยงามของเบรนท์ฟอร์ด การวางบอลยาวจากแดนกลางทะลุช่องให้กองหน้าหลุดไปยิงแบบไม่จับ แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ทีมเจ้าบ้านได้เปรียบในเกมลักษณะเช่นนี้ สกอร์ 1-0 ทำให้เบรนท์ฟอร์ดสามารถควบคุมจังหวะเกมได้มากขึ้น และทำให้เกมของนิวคาสเซิ่ลยากขึ้นทันที เพราะต้องเปิดหน้าแลกและกลายเป็นการเปิดพื้นที่ให้เจ้าถิ่นเข้าทำมากขึ้นไปอีก เกมยังคงเดินหน้าแบบเข้มข้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อเบรนท์ฟอร์ดสามารถขยับหนีเป็น

แอสตัน วิลล่า ระเบิดฟอร์มโหด ไล่ถล่มบอร์นมัธ 4-0 คาบ้าน

ผลงานอันร้อนแรงของ แอสตัน วิลล่า ยังคงดำเนินต่อไปอย่างทรงพลัง หลังเปิดบ้านไล่ถล่ม บอร์นมัธ ไปแบบไม่ไว้หน้า 4-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุด กลายเป็นหนึ่งในฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจที่สุดของทีมในฤดูกาลนี้ และยังตอกย้ำความจริงที่ว่า วิลล่าภายใต้การคุมทีมของอูไน เอเมรี่ ไม่ได้เป็นเพียงทีมฟอร์มแรง แต่เป็นทีมที่กำลังก้าวสู่ระดับ “ผู้ท้าชิงพื้นที่ท็อปโฟร์” อย่างแท้จริง ผลการแข่งขันนี้ทำให้แฟนบอลรู้สึกถึงพลังงานและความมั่นใจที่เอ่อล้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากระบบการทำทีมที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงและลงตัวมากที่สุดในรอบหลายปี ชัยชนะ 4-0 ไม่ได้เป็นเพียงสกอร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบในทุกด้านของเกม ไม่ว่าจะเป็นจังหวะเข้าทำ การเคลื่อนบอล การซ้อนตำแหน่ง เกมเพรสซิ่ง และความกระหายประตูของผู้เล่นทุกคน การเล่นในบ้านที่วิลล่า พาร์กซึ่งถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในสนามที่ยากที่สุดของพรีเมียร์ลีกกลายเป็นคีย์สำคัญในความสำเร็จครั้งนี้ บอร์นมัธเองพยายามต่อสู้เต็มที่ แต่ความเฉียบขาดของวิลล่าในพื้นที่สุดท้ายทำให้พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้เลยตลอด 90 นาที เริ่มเกมมาเพียงไม่กี่นาที วิลล่าก็แสดงให้เห็นถึงจังหวะฟุตบอลที่รวดเร็ว ดุดัน และมีความมั่นคงในการครองเกม แดนกลางคุมจังหวะได้อย่างเด็ดขาด ในขณะที่กองหลังมีสมาธิและเล่นกันอย่างเป็นระบบ ผู้เล่นริมเส้นเคลื่อนที่ตลอดเวลาเพื่อสร้างพื้นที่ว่าง และกองหน้าของวิลล่าก็ฉวยโอกาสได้อย่างยอดเยี่ยม เกมรุกของทีมในช่วงนี้ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้หลายทีมต้องกังวล โดยเฉพาะเมื่อเล่นในบ้านที่มีเสียงเชียร์กดดันคู่แข่งตลอดทั้งเกม

อตาลันต้า สะเทือนหนัก แพ้คาบ้านต่อซาสซูโอโล่ 0-3

ความพ่ายแพ้ของ อตาลันต้า แบบหมดรูปต่อ ซาสซูโอโล่ คาบ้าน 0-3 ได้กลายเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดของกัลโช่ เซเรีย อา ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงเพราะสกอร์ที่ขาดลอย แต่ยังเพราะรูปแบบการเล่นที่ดูไร้พลัง ไร้ทิศทาง และขาดความแข็งแกร่งแบบที่ทีมของจานปิเอโร่ กาสเปรินี่เคยมีเสมอมา ความพ่ายแพ้นี้ทำให้ความกดดันถาโถมมายังนักเตะและทีมงานทุกฝ่าย โดยเฉพาะตัวกาสเปรินี่เองที่ต้องแบกรับคำถามจำนวนมากเกี่ยวกับการวางแผน การหมุนเวียนผู้เล่น และความต่อเนื่องของทีมที่เริ่มจะสะดุดให้เห็นอย่างชัดเจน อตาลันต้าคือทีมที่สร้างชื่อในช่วงหลายปีด้วยสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว ดุดัน และมีพลังการบุกที่หาตัวจับยาก แต่ในเกมนี้พวกเขาสูญเสียเอกลักษณ์ทั้งหมดไปอย่างไม่น่าเชื่อ ซาสซูโอโล่สามารถบุกเข้าทำได้แบบสบาย ๆ มีโอกาสยิงหลายครั้ง และยังดูมีความมั่นใจยิ่งกว่าทีมเจ้าบ้านซึ่งควรเป็นผู้ควบคุมเกม การแพ้แบบขาดลอย 0-3 จึงเป็นมากกว่าผลการแข่งขัน แต่คือ “สัญญาณเตือน” ที่ชัดเจนว่าอตาลันต้ากำลังเผชิญความเปราะบางในโครงสร้างทีมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับความคาดหวังของทีมที่มักถูกมองว่าเป็น “ม้ามืดตัวจริง” ของลีกในแต่ละฤดูกาล ผลการแข่งขันนี้กลับทำให้อตาลันต้าถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่เคยเล่นฟุตบอลดุดันที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป และทำไมตอนนี้จึงกลายเป็นทีมที่ขาดความเฉียบคม ขาดความมั่นใจ และเสียประตูง่ายกว่าที่เคยเป็น ข้อมูลจากหลายสำนักรวมถึงมุมมองของนักวิเคราะห์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น

โคโม่ เดินหน้าหนุนหลัง โมราต้า เต็มตัว

ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของกัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการกลับมาสู่ลีกสูงสุดของ โคโม่ สโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ แต่กลับมีวิสัยทัศน์และแผนงานที่ชัดเจนกว่าสโมสรเก่าแก่หลายแห่ง ความเคลื่อนไหวของพวกเขาไม่ใช่เพียงสร้างความเซอร์ไพรส์ในเชิงการบริหาร แต่ยังรวมถึงการเสริมทัพที่โดดเด่น ซึ่งหนึ่งในดีลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการดึงตัว อัลบาโร่ โมราต้า ศูนย์หน้าทีมชาติสเปนเข้ามาเป็นคีย์แมนของทีม แม้หลายคนตั้งคำถามว่าดาวยิงรายนี้ซึ่งผ่านทั้งเรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, เชลซี, แอตเลติโก มาดริด จะเหมาะกับทีมอย่างโคโม่หรือไม่ แต่สโมสรกลับมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในคุณภาพและความเป็นมืออาชีพของโมราต้า พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาคือนักเตะที่ถูกวางแผนให้เป็นหัวใจในโครงการสร้างทีมให้แข็งแกร่งในระยะยาว เสียงสนับสนุนจากผู้บริหาร ทีมงานโค้ช รวมถึงแฟนบอลจำนวนมากทำให้โมราต้ากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดของสโมสรในฤดูกาลนี้ การเชื่อมั่นของโคโม่ในตัวโมราต้าไม่ใช่เรื่องเกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นผลมาจากการประเมินคุณภาพ ความพร้อมทางร่างกาย และประสบการณ์ของนักเตะที่ผ่านเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมน้องใหม่ต้องการอย่างยิ่งในการยืนหยัดสู้กับทีมใหญ่ในลีก การมีศูนย์หน้าที่มีความครบเครื่อง ทั้งการพักบอล การหาพื้นที่ และการจบสกอร์ด้วยความเยือกเย็น เป็นสิ่งที่หาซื้อได้ยากในตลาดนักเตะ และโคโม่เชื่อว่าโมราต้าคือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในจังหวะเวลานี้ หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่าทำไมโคโม่จึงมั่นใจในโมราต้ามาก ทั้งที่เขามีช่วงฟอร์มขึ้นลงมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ โมราต้ามีประสบการณ์ในระดับท็อปของยุโรปเกือบทศวรรษ เขาผ่านเกมรอบลึกในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เล่นคู่กับกองหน้าระดับโลกมากมาย และทำงานร่วมกับโค้ชระดับท็อปของวงการฟุตบอล

ลิเวอร์พูล เล็งอเลสซานโดร บาสโตนี่ เสริมแกร่งแนวรับ

ลิเวอร์พูล กำลังตกเป็นข่าวว่ากำลังพิจารณา คว้าตัวอเลสซานโดร บาสโตนี่ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอิตาลีของอินเตอร์ มิลาน เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาในตำแหน่งแนวรับ ที่เป็นหนึ่งในจุดอ่อนตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา การเชื่อมโยงนี้ไม่ใช่เพียงข่าวลือที่เกิดขึ้นในตลาดซื้อขาย แต่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของลิเวอร์พูลที่ต้องการปรับโครงสร้างทีมใหม่ในระยะยาว และต้องการแนวรับที่แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อยืนหยัดแข่งขันในลีกที่เข้มข้นที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะ ในยุคที่คู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาร์เซน่อล และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต่างพัฒนาแนวรับให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน ลิเวอร์พูลเผชิญปัญหาแนวรับต่อเนื่องมาหลายปี หนึ่งในปัจจัยสำคัญคืออาการบาดเจ็บของโจเอล มาติปที่รุนแรงและยาวนาน ทำให้ทีมไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันอิบราฮิมา โคนาเต้ แม้มีศักยภาพสูงและแข็งแกร่ง แต่ยังขาดความสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่น หรือความทนทานต่อการลงเล่นต่อเนื่อง นอกจากนี้เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งเป็นหัวใจของแนวรับเริ่มมีอายุเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องมีนักเตะที่สามารถแบ่งเบาภาระในเกมใหญ่ รวมถึงรองรับการหมุนเวียนในฤดูกาลที่ยาวและหนักหน่วง การขาดกองหลังเท้าซ้าย ที่สามารถออกบอลได้แม่นยำยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้การออกเกมจากแดนหลังของลิเวอร์พูลติดขัด และขาดความลื่นไหล ทำให้การเสริมเซนเตอร์แบ็กคุณภาพสูง กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนในมุมของทีมงานฝ่ายวางแผน อเลสซานโดร บาสโตนี่ จึงกลายเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับ ลิเวอร์พูล

โจนาธาน เดวิด จ่ออำลายูเวนตุสเดือนมกราคม

ยูเวนตุสกำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้งในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม เมื่อมีรายงานจากหลายสำนักข่าวในอิตาลีและยุโรประบุว่า โจนาธาน เดวิด ศูนย์หน้าทีมชาติแคนาดา กำลังพิจารณาโอกาสย้ายออกจากถิ่นอัลลิอันซ์ สเตเดียม หลังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างเหนียวแน่นตามที่คาดหวัง การดีลครั้งนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของยูเวนตุสฤดูกาลนี้ ทั้งในมิติของแท็กติก การเงิน และการสร้างทีมใหม่ภายใต้กุนซือคนปัจจุบัน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุม—ทำไมเดวิดถึงอาจต้องย้าย? ยูเวนตุสวางแผนอะไร? ทีมใดสนใจคว้าตัว? และผลกระทบเชิงแท็กติกที่จะเกิดขึ้นคืออะไร รวมถึงวิเคราะห์มุมมองของตลาดและนักเดิมพันในหลายแพลตฟอร์มอย่าง เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน ที่กำลังจับตาดีลนี้อย่างใกล้ชิด จุดเริ่มต้นของข่าวการย้ายทีม – ทำไมเดือนมกราคมถึงสำคัญ? โจนาธาน เดวิด ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ได้รับความคาดหวังสูงมากเมื่อย้ายเข้ามาเล่นให้ยูเวนตุส เขามีสถิติการยิงประตูยอดเยี่ยมตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับลีลล์ในลีกเอิง ฝรั่งเศส จุดเด่นของเขาคือความเร็ว การหาพื้นที่ และการจบสกอร์ในพื้นที่อันตราย ซึ่งทำให้เขาโดดเด่นมากในตลาดยุโรป อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามาสู่ระบบของยูเวนตุส—แม้จะได้รับโอกาสลงเล่นบ่อยครั้ง แต่เขากลับยังไม่สามารถแสดงศักยภาพอย่างเต็มรูปแบบ ปัญหาหลักประกอบไปด้วย: ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดข่าวลือหนาหูในเดือนธันวาคมว่า เดวิดกำลังมองหาความท้าทายใหม่ที่ให้โอกาสลงเล่นสม่ำเสมอมากกว่าเดิม

ยูเวนตุส-มิลานรอตลาดเปิดทาบทามเซิร์กเซ่

ข่าวการเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อสองทีมยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีอย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส และ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ตกเป็นข่าวว่าต่างกำลังรอคอยให้ตลาดนักเตะช่วงเดือนมกราคมเปิดทำการ เพื่อเดินหน้าเจรจาทาบทาม โจชัว เซิร์กเซ่ (Joshua Zirkzee) กองหน้าดาวรุ่งชาวดัตช์ของโบโลญญ่า แฟนบอล ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในดาวยิงที่ถูกจับตามองมากที่สุดในกัลโช่ เซเรีย อา เวลานี้ ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา เซิร์กเซ่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าทึ่งในฐานะหัวหอกวัยเพียง 23 ปี เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุกโบโลญญ่าภายใต้การคุมทีมของติอาโก้ ม็อตต้า ด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในอิตาลีช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ชื่อของเซิร์กเซ่เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยอยู่กับบาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา ซึ่งเขาเคยได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของฮันซี่ ฟลิค เมื่อปี 2020 แต่เนื่องจากการแข่งขันในแนวรุกของทีมเสือใต้สูงมาก เขาจึงตัดสินใจย้ายออกมาหาประสบการณ์ใหม่ และการมาค้าแข้งในอิตาลีถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะที่โบโลญญ่า เขาได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาฝีเท้าได้อย่างก้าวกระโดด ยูเวนตุสและเอซี

ราบิโอต์ กองกลาง เอซี มิลาน ยอมรับผิดหวัง หลังเกมเสมอยูเวนตุส 0-0

ค่ำคืนที่สนามซาน ซิโร่ กลายเป็นหนึ่งในเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์สำหรับแฟนบอลและนักเตะของทั้งสองทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ อาเดรียง ราบิโอต์ มิดฟิลด์ตัวเก๋าชาวฝรั่งเศสของเอซี มิลาน ที่ต้องลงสนามเจอกับอดีตต้นสังกัดเก่าอย่างยูเวนตุส ในเกมกัลโช่ เซเรีย อา ที่จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แม้ผลการแข่งขันจะทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไป แต่ราบิโอต์ยอมรับว่าเขารู้สึกผิดหวัง เพราะทีมของเขามีโอกาสคว้าชัยชนะหลายครั้งแต่กลับทำไม่ได้ ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม บรรยากาศในซาน ซิโร่ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด แฟนบอลเจ้าถิ่นส่งเสียงเชียร์สนั่น ขณะที่แฟนบอลทีมเยือนก็ไม่ยอมแพ้ในการแสดงพลังเชียร์ของตน เกมนี้ถือเป็นเกมใหญ่ระดับคลาสสิกของอิตาลีที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นในทุกจังหวะ ทั้งสองทีมต่างรู้ดีว่าคะแนนในนัดนี้มีความหมายอย่างมากต่อการลุ้นแชมป์ในระยะยาว ราบิโอต์ได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลบางส่วนของยูเวนตุสเมื่อเขาเดินออกมาวอร์มก่อนเกม เพราะเขาเคยเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ “ม้าลาย” ตลอดสี่ฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายมาสวมเสื้อแดงดำของมิลานในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ทันทีที่เกมเริ่ม เขากลายเป็นศัตรูในสนามของอดีตต้นสังกัด เขาต้องเผชิญกับเพื่อนเก่าอย่างมานูเอล โลคาเตลลี และเฟเดริโก้ เคียซ่า ที่รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี เกมในครึ่งแรกดำเนินไปอย่างสูสี มิลานพยายามเปิดเกมบุกตามสไตล์ของสเตฟาโน่ ปิโอลี่ ที่เน้นการเคลื่อนที่และการครองบอลในแดนกลาง ขณะที่ยูเวนตุสของมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ยังคงใช้แท็กติกตั้งรับเหนียวแน่นและรอสวนกลับเร็ว สองระบบที่ต่างกันทำให้เกมกลายเป็นการต่อสู้ทางแท็กติกอย่างแท้จริง ราบิโอต์เป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในแดนกลางของมิลานในเกมนี้

ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ชื่นชมผลงานหลังเปิดบ้านชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-0

ค่ำคืนที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ก กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ยังคงแสดงให้เห็นถึงพลัง ความมั่นใจ และการเล่นที่มีระบบภายใต้การคุมทีมของเอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมหนุ่มชาวอังกฤษ หลังเปิดบ้านเอาชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมนี้ไม่เพียงทำให้นิวคาสเซิ่ลเก็บสามคะแนนสำคัญได้เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำให้เห็นถึงพัฒนาการที่ต่อเนื่องของทีมที่กำลังเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จในยุคใหม่ได้อย่างน่าจับตา จากเสียงนกหวีดเริ่มเกม บรรยากาศในสนามเซนต์ เจมส์ พาร์ก เต็มไปด้วยพลังของแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ส่งเสียงเชียร์กึกก้องตลอด 90 นาที ฮาวจัดทัพด้วยระบบ 4-3-3 ที่คุ้นเคย โดยมีคัลลัม วิลสัน ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ขนาบข้างด้วยมิเกล อัลมิรอน และแอนโธนี่ กอร์ดอน ส่วนแดนกลางมีบรูโน่ กิมาไรส์ คุมเกมร่วมกับฌอน ลองสตาฟฟ์ และโจลินตัน เกมรับยังคงใช้ฟาเบียน แชร์ และสเวน บ็อตแมน

เรนเจอร์ส ปลด รัสเซล มาร์ติน ออกจากโค้ช หลังคุมทีมเพียง 4 เดือน

วงการฟุตบอลสกอตแลนด์เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อสโมสรกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ตัดสินใจปลด รัสเซล มาร์ติน ออกจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชอย่างเป็นทางการ หลังจากคุมทีมได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลและสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง เพราะอดีตกองหลังทีมชาติสกอตแลนด์รายนี้เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์ และหลายฝ่ายเชื่อว่าเขาจะได้เวลามากกว่านี้ในการปรับทีมให้เข้ากับแนวทางฟุตบอลสมัยใหม่ของตน การปลดมาร์ตินเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่เรนเจอร์สบุกไปพ่ายให้กับคิลมาร์น็อค 0-2 ในเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่ทำให้ทีมหล่นลงไปอยู่อันดับ 4 ของตารางคะแนนตามหลังคู่ปรับตลอดกาลอย่างเซลติกถึง 9 แต้ม สื่อสกอตแลนด์รายงานว่าบอร์ดบริหารของเรนเจอร์สได้เรียกประชุมฉุกเฉินในเช้าวันถัดมาและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แยกทางกับมาร์ตินทันที โดยให้เหตุผลว่า “ผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาทีมไม่ชัดเจน” รัสเซล มาร์ติน เข้ามารับงานที่ไอบร็อกซ์ในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางความคาดหวังสูงหลังจากสร้างชื่อกับสโมสรเซาแธมป์ตันในฤดูกาลก่อน แม้จะไม่สามารถพาทีมรอดตกชั้นในพรีเมียร์ลีกได้ แต่สไตล์การเล่นที่เน้นการครองบอลและการเพรสซิ่งเชิงรุกได้รับคำชมอย่างมากจากแฟนบอลและนักวิเคราะห์ฟุตบอล จึงไม่น่าแปลกใจที่เรนเจอร์สซึ่งต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์จากทีมที่เล่นฟุตบอลแบบระมัดระวัง มาเป็นทีมที่เล่นเกมรุกดุดันและมีเอกลักษณ์ จึงเลือกมอบโอกาสให้เขาคุมทีม อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 4 เดือนของมาร์ตินในกลาสโกว์กลับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ผลงานในลีกเริ่มต้นได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการเสมอและแพ้ในหลายเกมสำคัญ โดยเฉพาะในเกม “โอลด์เฟิร์มดาร์บี้” กับเซลติกที่พ่ายคาบ้าน 1-3 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แฟนบอลเริ่มหมดความอดทน เสียงโห่จากบนอัฒจันทร์ไอบร็อกซ์ดังสนั่นในวันนั้น และแม้บอร์ดบริหารจะพยายามให้เวลาเขาแก้ไขสถานการณ์